เกมส์ แข่งขัน แมตซ์ ฟุตบอล ยูโร แห่งความทรงจำ คลาสสิก

0
5
views

การแข่งขันที่ผ่านไปทุกครั้งมักสร้างความทรงจำที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปอย่าง ยูโร ก็เช่นกัน มีทั้งความยินดีและน้ำตา  วันนี้เรามาย้อน อดีต ความทรงจำ เกมส์ แข่งขัน แมตซ์ ฟุตบอล ยูโร แห่งความทรงจำ คลาสสิก มีนัดไหนบ้าง ตรงใจกับหลายๆคนหรือเปล่า

แมตช์คลาสิก ยูโร ที่ผ่านมา

ฝรั่งเศส 3-2 โปรตุเกส
รอบรองชนะเลิศ 1984

ฝรั่งเศสเจ้าภาพนำทัพโดย มิเชล พลาตินี่ นี่คือหนึ่งในเกมที่มีครบทุกรสชาติ ฌอง-ฟรองซัวส์ โดแมร์ก ยิงประตูขึ้นนำในสนามที่กองเชียร์อัดแน่น  คลั่งไคล้เกมลูกหนังอย่าง สต๊าด เวโลโดรม มาร์กเซย และเมื่อโดนตีเสมอเป็น 1-1 เกมนี้จึงไม่จบลงง่ายๆ ใน 90 นาที

เข้าสู่ช่วงต่อเวลา โปรตุเกสแซงขึ้นนำจากลูกยิงโค้งสุดสวย เวลาบีบคั้นเข้ามาเรื่อยๆ เจ้าภาพเหลือเวลาแก้ตัวเพียง 6 นาที โดแมร์ก จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

ระหว่างที่คิดว่าการดวลจุดโทษก็อาจเพียงพอ บอลจากทางกราบขวาใน 2 นาทีสุดท้ายผ่านแนวรับโปรตุเกสมาทั้งหมด และมันเข้าเท้า พลาตินี่ ยิงชาร์จแสกกลางประตู  ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่ม พวกเขาเข้ารอบชิงชนะเลิศอย่างสุดตื่นเต้น

พลาตินี พาฝรั่งเศส คว้าแชมป์ในปีนั้นด้วย

เดนมาร์ก 2-0 เยอรมนี
รอบชิงชนะเลิศ 1992

ไม่ว่ายุคสมัยไหน เยอรมนีก็เป็นตัวเต็งเสมอ ทีมชุดนั้นนำทัพโดย มาธิอัส ซามเมอร์ และ เยอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ในขณะที่เดนมาร์กเข้ารอบสุดท้ายมาได้ทั้งที่ตกรอบคัดเลือก  แต่มาแทนที่ยูโกสลาเวียซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมเพราะปัญหาสงครามกลางเมือง

อันที่จริง เดนมาร์ก สร้างความประทับใจมากมายในรายการนี้ พวกเขายันเสมออังกฤษและเอาชนะฝรั่งเศสในรอบแบ่งกลุ่มมาแล้ว  แถมยังเอาชนะฮอลแลนด์ที่มีซูเปอร์สตาร์แทบทุกตำแหน่งในรอบรองชนะเลิศอีกด้วย

การขึ้นนำจากลูกยิงของ ยอห์น เยนเซ่น สร้างความประหลาดใจมากพอกับการยิงเท่าไรก็ไม่เข้าของ เยอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ มันผ่านมือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ไม่ได้เลย

และลูกยิงที่สองของ คิม วิลฟอร์ต ก็ดูเหมือนมีโชคนิดๆ เมื่อ อันเดรีส เบรห์เม่ กัปตันทีม และ โทมัส เฮลเมอร์  ไม่สามารถขวางลูกยิงนั้นไว้ได้ มันชนเสาด้านในและเป็นประตูที่สอง ทำให้เทพนิยายเดนส์จบลงอย่างสวยงาม

ม้ามึด คว้าแชมป์ ยูโร ที่มี ประตูเป็น ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล

สเปน 4-3 ยูโกสลาเวีย
รอบแบ่งกลุ่ม 2000

ยูโกสลาเวียยุคนั้นเป็นหนึ่งในชาติที่แข็งแกร่งมาก และมีนักเตะคุ้นหน้าคุ้นตาในลีกดังหลายรายทั้ง สลาวิซ่า โยคาโนวิช, มิโรสลาฟ คิช, เปแดร็ก มิยาโตวิช,  ซาโว มิโลเซวิช, ดราแกน สตอยโควิช และ ซินิซ่า มิไฮโลวิช
ครึ่งหลัง เกมเสมอกันอยู่ที่ 2-2 แต่แล้ว โยคาโนวิช ก็โดนใบเหลืองที่สองจากการเข้าสกัด เปโดร มูนิติส ด้วยตัวผู้เล่นที่เสียเปรียบ ยูโกสลาเวีย ยิงประตูขึ้นนำเป็น 3-2

แต่สุดท้ายพวกเขาไม่สามารถต้านสเปนที่มีตัวผู้เล่นมากกว่า โดน 2 ประตูในช่วงนาทีสุดท้ายและทดเจ็บ พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย

นัดนี้ทีมเต็งสเปน เกือบตาย

ฮอลแลนด์ 0-0 อิตาลี
(อิตาลี ชนะจุดโทษ 3-1) โครตมันส์
รอบรองชนะเลิศ 2000

ผลการเสมอในเวลาไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสำหรับต้นตำรับเกมรับที่เหนียวแน่นแบบอิตาลี แต่เกมนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด เจ๊าไม่จืด

เป็นเกมที่สนุกสนานและดุเดือด เมื่อ จานลูก้า ซามบร็อตต้า โดนไล่ออกในนาทีที่ 34 และฮอลแลนด์เจ้าภาพได้จุดโทษ แต่ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ กัปตันทีมยิงไม่เข้า ฟรานเฃสโก้ ตอลโด้ เซฟไว้ได้

ผ่านไป 60 นาทีความหวาดเสียวเกิดขึ้นอีกครั้ง พาทริค ไคลเวิร์ต ซัดจุดโทษครั้งที่ 2 ของเกมนี้ชนคาน ช่วงต่อเวลาอิตาลียังตั้งรับแข็งโป๊กจนถึงฎีกา ซึ่ง “อัซซูรี่” ขึ้นชื่อเหลือเกินว่าแย่ เพราะไม่เคยซ้อม

ลุยจิ ดิ เบียโจ้ ซัดลูกแรกเข้าไป แฟร้งค์ เดอ บัวร์ วัดใจครั้งที่สองหลังจากพลาดโทษแรกในเกม และวันนี้ไม่ใช่วันของเขา เขาพลาดซ้ำ โดน ตอลโด้ เซฟได้อีก

ลูกที่สองของฮอลแลนด์มาจาก ยาป สตัม ที่ยิงเหินไปไกล แม้ ไคลเวิร์ต แก้ตัวได้ แต่ พอล บอสเฟลด์ ยิงติดเซฟ ดวลกันยังไม่ถึง 5 คน เจ้าภาพก็ต้องร่วงไปชิงอันดับสาม


กรีซ 1-0 โปรตุเกส
รอบชิงชนะเลิศ 2004

เจ้าภาพโปรตุเกสลงเล่นในบ้านตัวเองด้วยความมั่นใจว่าจะไม่พลาดเป็นครั้งที่สอง หลังจากเปิดสนามพ่ายกรีซในรอบแบ่งกลุ่ม 2-1  ทำเอางานกร่อย พวกเขาตั้งลำใหม่กับทีมที่อัดแน่นด้วยซูเปอร์สตาร์ หลุยส์ ฟิโก้, เปาลีต้า, เดโก้ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แทบไม่มีใครรู้จักผู้เล่นของกรีซเลย รู้แค่ว่ามี อ็อตโต้ เรห์ฮาเกล อดีตกุนซือ บาเยิร์น มิวนิค คุมทัพ
และคิดว่าพวกเขาจะไม่มีทางสร้างปาฏิหาริย์ซ้ำสองหลังจากหักด่านฝรั่งเศสแชมป์เก่าในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ก็ไม่ใช่

กองเชียร์เจ้าถิ่นขนกันมาจนอีกฝ่ายแทบไม่เหลือพื้นที่ฝั่งทีมเยือน และผู้เล่นโหมบุกหนักตลอดเกม ยิง 17 ครั้งไม่เข้าแม้แต่ครั้งเดียว

กรีซมีโอกาสแค่ 4 ครั้ง และประตูเดียวในนาทีที่ 57 ก็มากพอสำหรับเทพนิยายกรีก เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ให้ชาตินี้เป็นทีมวางระดับยุโรปตลอดการคุมทีม 10 ปีของ เรห์ฮาเกล

เทพนิยาย กรีซ คว้าแชมป์ ยูโรด้วย ในปีนั้น เป็น เกมส์ แข่งขัน แมตซ์  ฟุตบอล ยูโร ที่ อัศจรรย์ มากๆ 

สเปน 1-0 เยอรมนี
รอบชิงชนะเลิศ 2008

ในยุคหนึ่ง สเปนเคยได้ชื่อว่า หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม เข้ารอบสุดท้ายด้วยสถิติสวยหรู แต่กลับจอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่มเป็นประจำ

ต่างจากเยอรมนีที่ไม่ว่าจะลงเล่นรายการไหนก็เป็นตัวเต็งอยู่ตลอด และพวกเขาต้องการถอนแค้นจากการพลาดท่าได้เพียงอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2006 ที่บ้านตัวเอง

ทีมของ โยอัคคิม เลิฟ เริ่มต้นได้ดี แต่ก็แค่ช่วงเริ่มต้น เพราะ ติกี้ตาก้า ทำให้แข้ง “กระทิงดุ” ครองเกมได้มากกว่า ขณะที่ “อินทรีเหล็ก”

รอฉวยโอกาสจากจังหวะโต้กลับ และในที่สุดความผิดพลาดในการออกไปตัดบอลของ เยนส์ เลห์มันน์ กับความเร็วของ เฟร์นานโด ตอร์เรส  ก็ทำให้เกิดประตู ซึ่งเป็นประตูเดียวในเกมนั้น และความสำเร็จที่ชาวสเปนรอคอยมานาน 44 ปีก็จบลง

รอคอยมา 44 ปี สเปน ได้แชมป์
  • ติดตามข่าวสาร ยูโร รู้ก่อนสนุก ก่อน บอลยูโร2020

เราได้เห็นประวัติศาสตร์ของฟุตบอลมากมายผ่านการแข่งขันในทุกภูมิภาค ยูโร อาจอยู่ไกลถึงยุโรป แต่ก็เป็นอีกรายการที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งความทรงจำ

หากต้องการ ติดตามข่าวสาร ยูโร 2020 เรามีข่าว สาระ มาแนะนำให้ตลอดแน่นอน หรือจะติดตามเรามีบริการ ฟรีๆ อยู่มากมาย https://www.thaibetlink.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here