5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ก่อนดวล ไบรท์ตัน

0
373
views

ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมสำคัญในการเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันเสาร์นี้ โดยพวกเขาต้องพยายามเก็บ 3 คะแนนเต็มให้ได้ เพื่อที่จะรักษาระยะห่างการทำแต้มเหนือง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มฮอต

ความพ่ายแพ้ต่อ “เรือใบสีฟ้า” ในเกมลีกนัดล่าสุด นอกจากจะทำให้ “เดอะ เร้ดส์”โดนเปิดซิงในเกมลีกแมตช์แรกประจำฤดูกาลนี้เท่านั้น แต่ยังทำให้ แมนฯ ซิตี้ ไล่จี้หายใจรดต้นคอเหลือเพียง 4 คะแนนเท่านั้น ฉะนั้นในแมตช์นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเพื่อ 2 แมตช์ที่ผ่านมา

1. ลิเวอร์พูล จะฟื้นตัวได้ไหมหลังแพ้ติดต่อกัน 2 แมตช์  
ในช่วงเริ่มต้นปีกุน สาวก “เดอะ ค็อป” ต่างยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมจากการที่มีแต้มนำโด่งถึง 7 คะแนนในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลุ้นที่จะทะลุเข้ารอบต่อไปในศึก เอฟเอ คัพ แต่หลังจากนั้น 7 วันความรู้สึกของแฟนบอล “หงส์แดง” ต่างเครียดกันหนักมาก เนื่องจากทีมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และตกรอบฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลกด้วยน้ำมือของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์

 

ฟื้นหรือฟุบ ? 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ก่อนดวล ไบรท์ตัน

 

ตอนนี้นักเตะลิเวอร์พูล ต้องทำก็คือการสร้างสภาพจิตใจให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงลีกต่อไป และกลับมาเรียกฟอร์มสุดยอดหลังแพ้ติดต่อกัน หลังตอนนี้ทีมมีลุ้นความสำเร็จเหลือแค่สองรายการเท่านั้นก็คือ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แม้ว่า “เดอะ เร้ดส์” จะเคยมีประวัติไม่ค่อยน่าอภิรมย์ในฤดูกาล  2008-09 และ 2013-14 เมื่อพวกเขาเป็นจ่าฝูงในช่วงคริสต์มาส และปีใหม่ในเวลานั้นก็มีแต่อะไรที่งดงาม แต่บทสรุปก็คือการชวดแชมป์ที่สุดแสนเจ็บปวด อย่างไรก็ตามภายใต้การกุมบังเหียนของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีความเป็นไปได้ที่เขาจะพาทีมไปถึงฝั่งฝันในการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990

 

2.  มาเน่ กลับมาแล้ว-คู่เซนเตอร์แบ็กจำเป็น
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพิ่งประสบความสำเร็จคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีทวีปแอฟิรกา  2018 ซึ่งเป็นสมัยที่สองติดต่อกันของเจ้าตัว โดยนักเตะเดินทางไปรับรางวัลถึงประเทศเซเนกัล พร้อมกับ ซาดิโอ มาเน่ ที่อยู่ร่วมงานพิธีดังกล่าวในฐานะผู้เข้าชิง 1 ใน 3 คนสำหรับรางวัลนี้

สำหรับตอนนี้ มาเน่ กลับมาร่วมฝึกซ้อมกับ “หงส์แดง” แล้ว ขณะที่ ซาลาห์ ยังไม่ปรากฎตัวที่สนามซ้อมเมล วู้ด แต่คาดว่านักเตะคงจะได้ลงสนามเพื่อช่วยทีมในแมตช์เยือน ไบรท์ตัน เพราะเกมนี้ คล็อปป์ ต้องการเห็น “หงส์แดง” เก็บ 3 คะแนนเต็มให้ได้

 

ฟื้นหรือฟุบ ? 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ก่อนดวล ไบรท์ตัน

 

นอกจากนี้ในเกมพบ ไบรท์ตัน จะเป็นอีกเกมที่ คล็อปป์ จำเป็นต้องหาคู่หูเกมรับให้กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เนื่องจากนักเตะเซนเตอร์แบ็กทั้ง เดยัน ลอฟเรน, โจเอล มาติป และ โจ โกเมซ เดี้ยงกันหมด และคงเป็นหน้าที่ของ ฟาบินโญ่ ที่ต้องมายืนเป็นเซนเตอร์ร่วมกับ กองหลังชาวดัตช์ โดย แข้งบราซิเลียน ก็ทำผลงานได้ดีในเกมแพ้ วูล์ฟส์ ศึกเอฟเอ คัพ

อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างเกม เหมือนที่เกิดกับ ลอฟเรน งานนี้ คล็อปป์ อาจจะต้องลองเสี่ยงจับ คี-ยานา ฮูแฟร์ กองหลังดาวรุ่งพุ่งแรงชาวฮอลแลนด์ ลงสนามในเกมลีกครั้งแรก แต่กระนั้นการมี ฟาน ไดค์ เป็นตัวหลักในเกมรับน่าจะช่วยหนุนคู่หูของเขาให้ทำผลงานได้ดีเช่นกัน

 

3.  มิลเนอร์ บัญชาการแดนกลาง
เจมส์ มิลเนอร์ ทำผิดพลาดมหันต์ในจังหวะที่ทีมเสียประตูแรก เกมแพ้ วูล์ฟส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ กองกลางชาวอังกฤษ ยังคงเป็นนักเตะที่ คล็อปป์ ไว้วางใจได้เสมอ และงานนี้มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่เขาจะได้ลงสนามในแดนกลางเคียงข้าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม

 

ฟื้นหรือฟุบ ? 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ก่อนดวล ไบรท์ตัน

 

ขณะเดียวกัน เซอร์ดาน ชากีรี่ น่าจะโดนดร็อปเป็นตัวสำรอง โดยเหตุผลที่ คล็อปป์ อาจจะเลือกใช้ 3 มิดฟิลด์ชุดนี้ เพราะต้องการให้ทีมมีแผงกองกลางเหนียวแน่น เพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของ ฟาบินโญ่ ที่ต้องโยกลงไปเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กที่ไม่ค่อยถนัดมากนัก

สำหรับการส่ง มิลเนอร์ ลงสนามเพราะนักเตะมีเปอร์เซ็นต์ในการพยายามเข้าสกัดถึง 60 เปอร์เซนต์ในการเล่นพรีเมียร์ลีก โดยเมื่อเปรียบเทียบกับ ชากีรี่ ซึ่งมีเพียง 33.33 เปอร์เซนต์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยในการเข้าสกัดสำเร็จอยู่ที่ 1.2 ครั้งตลอด 90 นาที

 

4. คล็อปป์ อาจหวนใช้ระบบ  4-2-3-1
คล็อปป์ นิยมชมชอบการระบบการเล่น 4-3-3 อย่างมาก และบางครั้งก็ใช้ระบบ 4-2-3-1 ในฤดูกาลนี้ ด้วยการจับ โม ซาลาห์ ขยับขึ้นไปยืนเป็นหน้าเป้า และจับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงมายืนเป็นกองกลางตัวรุก ฉะนั้นหากมีการใช้ระบบดังกล่าว แน่นอนว่าแผงกองกลางคงเปลี่ยนไป

สำหรับแผนนี้ ชากีรี่ จะได้โอกาสลงเล่นร่วมกับ มาเน่ และ ฟีร์มีโน่ เพื่อทำหน้าที่เป็นสามประสานในแดนกลาง ส่วน มิลเนอร์ คงต้องโดนดร็อปไปโดยปริยาย ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ต้องลงมายืนต่ำคอยทำหน้าที่เชื่อมเกม และคอยเล่นเกมรับ

 

ฟื้นหรือฟุบ ? 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ก่อนดวล ไบรท์ตัน

 

ในส่วนของกองหลังแน่นอนว่าฟูลแบ็กซ้าย-ขวายังคงเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กก็คงเป็น ฟาบินโญ่ กับ ฟาน ไดค์ ฉะนั้นสิ่งที่สาวก “เดอะ ค็อป” ต้องทำก็คือภาวนาให้ อดีตดาวเตะโมนาโก เล่นเข้าขากับ ดาวเตะเลือดดัตช์ ไม่งั้น “หงส์แดง” ได้เจอสถานการณ์กดดันแหงๆ

5. โอริกี้ มีความมั่นใจกลับคืนมา
บรรดานักเตะสำรองโดยเฉพาะผู้เล่นเกมรุก คงยากจะทำใจทุกครั้งที่เห็น ซาลาห์, มาเน่ และ ฟีร์มีโน่ ลงสนาม เนื่องจากโอกาสที่พวกเขาจะได้สอดแทรกลงเป็น 11 ตัวจริงค่อนข้างยากมากๆ หากไม่เกิดกรณีทั้งสามคนบาดเจ็บ หรือเป็นเกมที่ไม่มีความหมาย คงไม่มีโอกาสได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก

 

ฟื้นหรือฟุบ ? 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ก่อนดวล ไบรท์ตัน

 

แน่นอนว่าผลงานของ สามประสาน “หินเหล็กไฟ” หรือ “เอสเอ็มเอฟ” ที่โดดเด่นเป็นสง่าขนาดนี้ ไม่มีทางที่ คล็อปป์ จะดร็อปในเกมลีก ฉะนั้น ดิว็อค โอริกี้ และ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ต้องยอมรับสภาพเกี่ยวกับโอกาสที่แสนจำกัดในการลงสนาม

อย่างไรก็ตามในเกมเอฟเอ คัพ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ “เดอะ เร้ดส์” จะร่วงตกรอบไปตั้งแต่ไก่โห่ก็ตาม แต่มีสัญญาณที่ดีพอสมควร เพราะ โอริก้า ทำผลงานได้น่าพอใจ และยิงประตูได้ด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่า ดาวยิงชาวเบลเยียม มีความมั่นใจมากขึ้นแถมแสดงให้เห็นในตอนที่ร่วมฝึกซ้อมกับทีมด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here