10 คู่ กองหน้า ดาวยิง พรีเมียร์ จับคู่แล้ว ยิงกระจาย ตอน 1

0
59
views
10 ดาวยิง พรีเมียร์ สุดโหด
อ่านแล้วรู้เลย ใครคือ กองหน้า เมียร์ ยิงกระจาย

ตำแหน่งกองหน้า ถือว่าเป็นตำแหน่งที่คนสนใจมากที่สุด แล้วการทำประตูก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทีมชนะ วันนี้เราจะมาดู 10 คู่ กองหน้า ดาวยิง พรีเมียร์ จับคู่แล้ว ยิงกระจาย ตอน 1 มีคู่ไหนกันบ้าง อาจจะ ไม่ใช่กองหน้าแท้ แต่ ยิวกระจายก็มี

เปิดกองหน้าสุดโหด ลงมาเป็น ยิง

10. สแตน คอลลีมอร์ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ( ลิเวอร์พูล )
ถือเป็นคู่กองหน้าที่อันตรายที่สุดคู่หนึ่งในกลางทศวรรษที่ 90 ของศึกพรีเมียร์ลีก ซ้ายสั่งตายของ ฟาวเลอร์ ขึ้นชื่อเรื่องความคมกริบ ไหนจะมีกองหน้าที่ผ่านบอลดี ยิงประตูคมอย่าง คอลลีมอร์ มาช่วย

น่าเสียดายที่ ลิเวอร์พูล ในยุคนั้นมีกองหลังที่ห่วยบรม รวมถึงประตูน้ำอย่าง เดวิด เจมส์ ทำให้ทีมไปไม่ถึงฝั่งฝันทั้งที่มีคู่กองหน้าที่ผลิตสกอร์เป็นกอบเป็นกำ
“สแตน-ฟาวเลอร์” ได้ร่วมงานกับแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้นระหว่างปี 1995-1997 โดยที่ คอลลีมอร์ กระทุ้งไป 26 ประตู ฟาวเลอร์ 46 ประตู

คอลีมอร์ ออกจากทีม “หงส์แดง” ไปอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ในปี 1997 ขณะที่ ฟาวเลอร์ ย้ายไป ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี 2002 ฝากผลงานเหลือไว้ในความจำเท่านั้น

กองหน้า ลิเวอร์พูล
สแตน คอลลีมอร์ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ในยุค 90s

9. สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส (ลิเวอร์พูล)
ถือเป็นคู่ประสานยุคใหม่ที่ไม่ใช่กองหน้า แต่เป็นคู่กองกลางตัวรุกกับหัวหอกตัวเป้าแทน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมจอมพลังของ ลิเวอร์พูล กับ ตอร์เรส กองหน้าชาวสเปน ที่ทั้งปราดเปรียวและยิงประตูได้เฉียบขาดทุกจังหวะ

ภาพที่เห็นกันคุ้นตาในช่วงปลายทศวรรษที่ 2000 ก็คือ เจอร์ราร์ด แทงให้ ตอร์เรส เข้าไปกระทุ้งตาข่ายคู่แข่ง ถือเป็นดูโอที่เข้าขารู้ใจกันแบบสุด

แม้คู่นี้จะยิงรวมกันได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็ไม่อาจแทนความยิงใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี ได้เลย ทำให้ ลิเวอร์พูล ในยุคนั้นได้แค่ตำแหน่งพระรอง

“เจิด-ตอร์” เล่นร่วมกันระหว่างปี 2007-2011 ในช่วง 3 ปีครึ่งที่เล่นด้วยกัน เจอร์ราร์ด ยิงได้ 40 ประตู ตอร์เรส ซัลโวอีก 65 ประตู ผลรวมกันอยู่ที่ 105 ประตูเฉพาะในพรีเมียร์ลีก

ถือเป็นคู่ประสานที่ประสบความสำเร็จในแง่ของการผลิตสกอร์ แต่น่าเศร้าที่ไม่มีโทรฟี่แชมป์

กองหน้า ลิเวอร์พูล 2
สองคนนี้ยิงรวมกัน 105 ประตุ

8. เวย์น รูนี่ย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
คู่หอก “แฟตแมน แอนด์ โรบิน” ได้ร่วมกันอยู่ 3 ฤดูกาล แต่ที่เข้าขารู้ใจจนพา “ปีศาจแดง” ทะยานสู่ความยิ่งใหญ่ ก็คือปีแรกที่ ฟาน เพอร์ซี่ย์ ย้ายมาในฤดูกาล 2012-2013

หลังจากเสียแชมป์ให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบเจ็บปวด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กระชากดาวยิงชาวดัตช์มาล่าตาข่ายแทน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

รูนี่ย์ กับ ฟาน เพอร์ซี่ย์ ใช้เวลาปรับจูนกันนิดหน่อยก่อนที่จะช่วยผลิตสกอร์ กระหน่ำยิงจน แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 20 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ทำได้จวบจนทุกวันนี้

รูนี่ย์ เน้นทำแอสซิสต์เป็นหลัก แต่ก็ยิงได้ 12 ประตู ส่วน “อาร์วีพี” กระซวกอีก 26 ประตู น่าเสียดายที่ตั้งแต่ “เฟอร์กี้” อำลาทีมไป ฟาน เพอร์ซี่ย์ ก็เจออาการบาดเจ็บตามรังควาน

ส่วนดาวยิงกัปตันทีมอย่าง “หมูรูน” ก็ฟอร์มตกบ้างดีบ้าง ก่อนที่จะแยกทางกันไปตามอายุขัยของนักฟุตบอล ฟาน เพอร์ซี่ย์ ปัจจุบันเล่นกับ เฟเยนูร์ด ในลีกบ้านเกิด ขณะที่ รูนี่ย์ ค้าแข้งกับ ดีซี ยูไนเต็ด ในสหรัฐอเมริกา

กองหน้า แมนยู
2 กองหน้าแมนยู พาคว้าแชมป์สมัยที่ 20

7. ดาบิด ซิลบา และ เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
น่าจะเป็นคู่หูที่ตัวจิ๋วที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่ในเรื่องความสำเร็จไม่เป็น 2 รองใครในพรีเมียร์ลีก ดาบิด ซิลบา สูงแค่ 170 ซม. “กุน” อเกวโร่ พกส่วนสูงแค่ 172 ซม.

คู่นี้ร่วมงานกันตั้งแต่ปี 2011 โดยที่ ซิลบา ย้ายมาก่อนในปี 2010 ก่อนที่ดาวยิงอาร์เจนตินา จะตามมาสบทบในอีก 1 ปีถัดมา และจนถึงปัจจุบันนี้ทั้งคู่ก็ยังเล่นด้วยกันอยู่

เป็นเวลา 7 ปีแล้ว ที่พวกเขาสร้างความปวดหัวให้ทีมฝั่งตรงข้าม และนับตั้งแต่เล่นด้วยกันมา ซิลบา ยิงไป 43 ประตู 81 แอสซิสต์ ขณะที่ อเกวโร่ กระซวก 148 ประตู จ่ายให้เพื่อนยิง 37 ครั้ง ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ

ทั้งคู่ร่วมกันคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย และถือเป็นนักเตะระดับตำนานของทัพ “เรือใบสีฟ้า” อย่างแท้จริง

กองหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้
พา แมน ซิตี้ คว้าแชมป์ 3 สมัย

6. แฟรงค์ แลมพาร์ด และ โคล้ด มาเกเลเล่ (เชลซี)
จากคู่หูแนวรุก คราวนี้มาเป็นคู่หูขุมพลังในแดนกลางกันบ้าง แลมพาร์ด กับ เอสเซียง ถือเป็นกองกลางที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคู่หนึ่งของพรีเมียร์ลีก (ความจริงต้องมี ไมเคิล เอเซียง ร่วมด้วยอีกคน)

แลมพาร์ด ย้ายมาอยู่ก่อนตั้งแต่ปี 2001 ก่อนที่ มาเกเลเล่ จะย้ายตามมาในปี 2003 โดยถือเป็นนักเตะคนแรกๆที่ถูกซื้อเข้ามาในยุคของ “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช

สไตล์การเล่นของทั้งคู่ถือว่าชัดเจนมากๆ มาเกเลเล่ ดูแลปัดกวาดเช็ดถูเกมรับ ขณะที่ แลมพาร์ด สวมบทบาทจอมทัพจัดสรรเกมรุก กระหน่ำประตูคู่แข่ง

ถือเป็นดูโอที่แข็งแกร่งกันสุดๆ พวกเขาเล่นด้วยกันระหว่างปี 2003-2008 คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย แต่น่าเสียดายที่ทั้งคู่ร่วมกันกันน้อยไปหน่อย เพราะกองกลางตัวรับชาวฝรั่งเศสออกจากทีมไปในปี 2008 เพราะอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ

กองกลาง เชลซี
2 กองกลาง ยิงประตูโหดกว่ากองหน้าเสียอีก

 


สำหรับ ตอน1 กอหน้า ยิงกระจาย ใน พรีเมียร์ลีก จบไปแล้ว อย่าลืมอ่านตอนสอง
และสำหรับใคร ต้องการ ติดตาม ผลบอลสด เรามีบริการ รายงาน ผลบอล สด ฟรี กดเลย

เว็บ https://www.thaibetlink.com เว็บ รวบรวม หน้าทางเข้า เว็บ พนัน ในเมืองไทย ฝากติดตามด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here