เรอัล มาดริด กับ 5 บทสรุปหลังคว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 14

เรอัล มาดริด

การแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสร ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งถือว่าเป็นถ้วยใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ในรอบชิงชนะเลิศฤดูกาล 2021/22 มีขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2022 ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด ทีมจาก ลาลีกา สเปน และ ลิเวอร์พูล ทีมจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยการแข่งขันนี้มีขึ้นที่สนาม สตาด เดอ ฟรองส์ ประเทศฝรั่งเศส ตลอด 90 นาที ทั้ง 2 ทีมเต็มไปด้วยความกดดัน มีการทำประตูเกิดขึ้นหลายครั้ง และประตูที่ทำให้ทัพราชันชุดขาวได้แชมป์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาที่ 59 จากลูกยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์

เรอัล มาดริด 1 – 0 ลิเวอร์พูล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2022

90 นาที ที่กดดันสุดๆ

ตลอดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่บุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องตามฟอร์มที่คาดการณ์ไว้ ส่วนทางด้าน เรอัล มาดริด ก็ยังใช้แผนเดิมคือการแพ็คแนวหลังเพื่อป้องกันเกมรุกของฝั่งคู่แข่งที่ใช้มาตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้ายและเปิดเกมรุกสวนกลับทันทีเหมือนกับนัดที่โกงความตายเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตลอดทั้งเกมทัพหงษ์แดงสร้างโอกาสจบสกอร์ได้มากถึง 22 ครั้ง ต่างจากด้านทัพราชันชุนขาวที่ทำได้เพียง 3ครั้งเท่านั้น แม้จะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูและคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้มาครองเป็ฯสมัยที่ 14 ของสโมสรได้สำเร็จ

เรอัล มาดริด 1 – 0 ลิเวอร์พูล

เรอัล มาดริด เกือบขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรก

เกมนี้มีประเด็นให้พูดถึงกันเล็กน้อยในช่วงท้ายของครึ่งแรกกับจังหวะที เบนเซมา ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายแต่กลับล้ำหน้า ซึ่งหลายฝ่ายออกมาถกเถียงกันต่างๆ นาๆ เพราะก่อนที่บอลจะมาถึง เบนเซมา นั้น เฟเดริโก้ บัลบาเด้ ได้เตะบอลไปโดนขาของ ฟาบินโญ เท่ากับว่าเขาเป็นคนสัมผัสบอลคนสุดท้าย หากเป็นกติกาเดิมจะทำให้ลูกนี้ไม่ล้ำหน้าแม้เบนเซมาจะยืนเหลื่อมอยู่ก็ตาม แต่สำหรับกติกาใหม่ผู้ตัดสินมองว่าเป็น “เจตนาสะกัด” เหมือนการยิงไปติดเซฟผู้นักษาประตู ซึ่งถือว่าเป็นการส่งบอลจาก บัลบาเด้ ไปยังเบนเซมาและกลายเป็นลูกล้ำหน้าไปนั่นเอง

ธีโบต์ กร์ตัวส์

ธีโบต์ กร์ตัวส์ แมน ออฟ เดอะ แมตซ์

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่านัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งนี้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงประตูมากถึง 22 ครั้ง ตรงกรอบ 9 ครั้ง แต่ลูกยิงทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถผ่านมือ ธีโบจ์ กูร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูชาวเบลเยี่ยมรายนี้ไปได้แม้แต่ครั้งเดียว นายทวารรายนี้ช่วยทีมเซฟลูกสำคัญๆ ไว้หลายครั้งอย่างลูกยิงของ ซาดิโอ มาเน ที่พุ่งสุดตัวปัดบอลชนเสาออกไปได้อย่างหวุดหวิด หวังหวะที่ล้มตัวบล็อกในการดวลกับ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ช่วงครึ่งหลังได้อย่างน่าเหลือเชื่อ หากไม่มีเขาคนนี้เป็นไปได้สูงที่ทัพราชันชุดขาวจะพลาดโอกาสชูถ้วยในครั้งนี้

ทีมสเปน

ทีมสเปน ของแสรงของ ทีมอังกฤษ

การแข่งขันครั้งนี้จัดว่าเป็นครั้งที่ 6 ที่ทีมจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โครจรมาพบกับทีมจาก ลาลีกา สเปน ในนัดชิงชนะเลิศ และ 5 ครั้งหลังสุดเป็นทีมจากแดนกระทิงดุทั้งหมดที่เข้าวินไป โดยเริ่มจากปี 2006 บาร์เซโลนา เอาชนะ อาร์เซน่อล อีก 2 ครั้งต่อมาก็เป็นบาร์ซาเจ้าเดิมที่เอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในปี 2009 และ 2011 โดย 2 ครั้งล่าสุดก็เป็น เรอัลมาดริด ที่เอาชนะลิเวอร์พูลในปี 2018 และ 2022 นอกจากชัยชนะที่ได้รับจากครั้งนี้แล้วยังส่งผลให้ทีมจาก สเปน เป็นชาติที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้มากที่สุดถึง 19 สมัยและตามติดมาด้วยทีมจากชาติอังกฤษ 14 สมัย

คาร์โล อันเชล็อตติ

สถิติที่น่าจดจำของ คาร์โล อันเชล็อตติ

จากชัยชนะในครั้งนี้ของทัพราชันชุดขาวทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ เฮดโค้ชของพวกเขาสร้างสถิติใหม่ที่สามารถพาทีมได้แชมป์รายการนี้มากที่สุดถึง 4 สมัยซึ่งยังไม่เคยมีกุนซือคนไหนเคยทำได้มาก่อน โดยสองครั้งแรกเกิดขึ้นในตอนที่คุม เอซี มิลาน เมื่อปี 2003 และ 2007 อีก 2 ครั้งกับทัพราชันชุดขาวในปี 2014 และ 2022 ก่อนหน้านี้สถิติของเจ้าตัวยังเทียบเท่ากับ ซีเนดีน ซีดาน อยู่ที่ 3 สมัยและ บ็อบ ไพสลีย์ ตำนานกุนซือของลิเวอร์พูลที่เคยทำไว้เมื่อปี 77 78 และ 81


หลังจากที่เสียงนกหวิดหมดเวลาการแข่งขันดังขึ้น ความกดดันที่มีอยู่ทั่วสนามก็เปลี่ยนเป็นเสียงเฮจากผู้เล่นของ เรอัล มาดริด และแฟนบอลก็ดังขึ้นมาแทนทันที ในการคว้าถ้วยรางวัลครั้งนี้เป็นสมัยที่ 14 ของทัพราชันชุดขาวและเป็นทีมที่คว้าแชมป์ถ้วยนี้ได้มากที่สุดห่างจากอันดับ 2 อย่าง เอซี มิลาน ถึง 7 สมัย เรียกได้ว่าครึ่งต่อครึ่ง ต้องมาตามดูกันต่อไปว่าในฤดูกาล 2022/23 พวกเขาจะสามารถป้องกันแชมป์และคว้าถ้วยเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันได้หรือไม่ โดย THAIBETLINK จะไม่พลาดอัพเดท ข่าวบอล ล่าสุด ฟุตบอลออนไลน์ ให้กับแฟนๆ อย่างแน่นอน

คนเข้าชม 12 total views