สนามฟุตบอล ที่ใหญ่ที่สุด ในยุโรป ตอนสุดท้าย ทีมไหนมีสนามใหญ่สุด รู้เลย

0
26
views

มาถึงตอนสุดท้ายแล้ว สำหรับ สนามบอล สนามไหนที่ ใหญ่ที่สุด ในยุโรป เป็นเรื่องที่น่าติดตาม แต่ละสนามบอลที่เหลือ ชื่อคุ้น ทีมดัง ทั้งนั้น อ่านต่อกันเลย

* ถ้าต้องการอ่าน ตอน 1 อันดับ 20 – 16
* ถ้าต้องการอ่าน ตอน 2 อันดับ 17 – 9

 


8. สต๊าด เดอ ฟรองซ์ (Consortrium Stade de France)

ความจุ : 80,698 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : แซงต์-เดนีส์ ชานกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
มูลค่าการก่อสร้าง : 290 ล้านยูโร (ประมาน 3,600 ล้านบาท)

สร้างเพื่อฟุตบอลโลก 1998

สนามกีฬาแห่งชาติของประเทศฝรั่งเศส เริ่มก็สร้างในปี 1995 เพื่อให้พร้อมสำหรับศึกฟุตบอลโลก 1998 โดยที่สหพันธ์ลูกหนังเมืองน้ำหอม ต้องการให้สนามแห่งใหม่นี้จุผู้ชมได้ในระดับ 80,000 ที่นั่ง

นักเตะคนแรกที่บันทึกประวัติศาสตร์ทำประตูแรกบนสนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ก็คือ ซีเนอดีน ซีดาน จอมทัพทีมชาติฝรั่งเศส ในเกมอุ่นเครื่องที่ชนะ สเปน 1-0 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 1998

สนามในประเทศ ฝรั่งเศส

โครงสร้างหลังคาของสต๊าด เดอ ฟร้องซ์ มีมูลค่าสูงถึง 45 ล้านยูโร น้ำหนักกว่า 13,000 ตัน รวมถึงหลอดไฟส่องสว่างอีก 550 ดวง ส่วนพื้นสนามสามารถเลื่อนเข้าออกได้ในกรณีที่ใช้ในการแข่งขันกรีฑาลู่และลาน

นอกจากจะถูกใช้งานในบอลโลก 1998 สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ยังได้จัดนัดชิงฯยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2000 ที่ เรอัล มาดริด ชนะ บาเลนเซีย 3-0 และอีกครั้งในปี 2006 ที่ บาร์เซโลนา แซงชนะ อาร์เซนอล 2-1 รวมถึงทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลยูโร 2016


7. ลุซนิกิ สเตเดี้ยม (รัฐบาลรัสเซีย)

ความจุ : 81,000 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย
มูลค่าการก่อสร้าง : ประมาน 14,000 ล้านบาท (เฉพาะช่วงปรับปรุงสนามระหว่างปี 2013-2017)

81000 ที่นั่งในประเทศ รัสเซีย

เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย สมัยก่อนเรียกว่าสนามกลางเลนิน สนามแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1980 รวมถึงมหกรรมกีฬาอื่นอีกเพียบ

ในส่วนของฟุตบอลนั้นเคยจัดนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลรายการสำคัญอย่าง ยูฟ่า คัพ 1999 ระหว่าง ปาร์ม่า พบ โอลิมปิก มาร์กเซย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2008 ระหว่าง เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนามนี้ใช้ในพิธี เปิด ปิด ฟุตบอลโลก 2018

สนามลุซนิกิ ใช้เวลาสร้างแค่ 1 ปี (1956-1957) ผ่านการปรับปรุงครั้งใหญ่มาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายระหว่างปี 2013-2017 โดยยังคงรักษาโครงหน้าสภาพไว้ในสภาพเดิม ภายในสนามได้รับการตกแต่งใหม่ทั้งหมด ลู่วิ่งกรีฑาถูกถอดออก, แท่นยืนขยับเข้าไปใกล้สนามและทำเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ปรับระดับการไล่ระดับสีและเพิ่มชั้นอีก 2 ชั้น

สนามลุซนิกิ ถูกใช้เป็นนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก และ นัดชิงชนะเลิศ ที่ทีมชาติฝรั่งเศส ชนะ โครเอเชีย 4-2 เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

 


6. ซานติอาโก้ เบร์นาเบว (เรอัล มาดริด)

ความจุ : 81,044 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : กรุงมาดริด ประเทศสเปน
มูลค่าการก่อสร้าง : 1,732,000 ยูโร (ประมาน 69 ล้านบาท ตัวเลขเมื่อปี ค.ศ. 1944)

สนามของทีม มาดริด ในสเปน

บ้านหลังใหญ่ของ “ราชันแห่งยุโรป” เรอัล มาดริด สร้างขึ้นระหว่างปี 1944 – 1947 โดยตั้งชื่อสนามเป็นเกียรติให้กับ “ซานติอาโก้ เบร์นาเบว” อดีตประธานสโมสร ที่ดำรงตำแหน่งยาวนาน 35 ปี (ระหว่างปี 1943-1978) ซึ่งช่วงเวลานั้น เรอัล มาดริด เป็นทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่มากที่ในสเปน และ ยุโรป

สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว ผ่านการปรับปรุงมาเรื่อยๆตามวันเวลาที่ผันเปลี่ยนไป จนเข้าสู่ทศวรรษที่ 2000 ประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ใช้จ่ายงบประมาน 127 ล้านยูโร เพื่อขยายความจุขึ้นไปแตะหลัก 81,000 ที่นั่ง

หากใครสังเกตดีๆ สนามแห่งนี้ไม่ได้มีโครงสร้างหลังคาที่กว้างขวางพอครอบคลุมแฟนบอลทุกภาคส่วนของแต่ละอัฒจันทร์ เราจะเห็นแฟนบอล มาดริด สวมเสื้อกันฝนบ่อยครั้งยามมาเชียร์ทีมรัก

สนาม เหย้า เรอัล มาดริด สร้างตั้งแต่ปี 1944

แต่ในอนาคตอันใกล้ เปเรซ เตรียมปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น

สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว ผ่านการจัดฟุตบอลรายการสำคัญมากมาย ไล่มาตั้งแต่ ยูโร 1964, ฟุตบอลโลก 1982 นัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ 1957, 1969 และ 1980

ส่วนครั้งสุดท้ายคือนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก 2010 ที่ อินเตอร์ มิลาน ชะ อินเตอร์ มิลาน 2-0

 


5. ซิกนัล อิดูนา พาร์ค (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

ความจุ : 81,365 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : ดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี
มูลค่าการก่อสร้าง : 200 ล้านยูโร (ประมาน 8,000 ล้านบาท)

สนามเหย้าทีม ดอร์ทมุนด์

ความภาคภูมิใจแห่งเยอรมนี เวสต์ฟาเล่น สตาดิโอน หรือ ซินัล อิดูนา พาร์ค คือสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เริ่มก่อสร้างในปี 1971 เปิดใช้งานในปี 1974 เพื่อรองรับศึกฟุตบอลโลก 1974 นั่นเอง

เดิมทีนั้นสนามซิกนัล อิดูนา พาร์ค มีความจุแค่ 54,000 ที่นั่ง แต่ภายหลังมีการปรับปรุงมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่ตัวเลข 81,365 ที่นั่ง ในปี 2006

ดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี

จุดเด่นของสนามแห่งนี้อัฒจันทร์หลังประตูฝั่งทิศใต้ ซึ่งมีชื่อเรียกขายว่า “Die Sudtribune” ได้รับการบันทึกให้เป็นอัฒจันทร์หลังประตูที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป โดยจุแฟนบอลได้ 25,000 ที่นั่ง ซึ่งในแต่ซีซั่นถูกจับจองโดยแฟนบอลพันธุ์แท้ของ “เสือเหลือง”

เช่นเดียวกับสนามชั้นนำในยุโรป ซิกนัล อิดูนา พาร์ค เคยผ่านการจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกมากมาย ฟุตบอลโลก 2006 และเกมยูฟ่า คัพ นัดชิงชนะเลิศปี 2001 ที่อยู่ในความทรงจำ ลิเวอร์พูล ชนะ อลาเบส 5-4 (ในช่วงต่อเวลาพิเศษ)

 


4. ทวิคเคนแนม สเตเดี้ยม (สหภาพรักบี้โลก)

ความจุ : 82,000 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : ทวิคเคนแนม ตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
มูลค่าการก่อสร้าง : 5,500 ปอนด์ (ประมาน 300,000 บาท ตัวเลขเมื่อปี 1906)

สนามนี้ เป้นสนามรักบี้

สนามกีฬาแห่งนี้ไม่ได้มีเพื่อแข่งขันฟุตบอล แต่มีไว้เพื่อแข่งขันกีฬารักบี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬายอดฮิตในสหราชอาณาจักร มีอายุยาวนานกว่า 120 ปี (เริ่มสร้างปี 1907 เปิดใช้งานปี 1909)

ทวิคเคนแนม สเตเดี้ยม เป็นสนามที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรักบี้ ระดับนานาชาติ โดยจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาแล้ว 3 ครั้ง คือปี 1991, 1999 และ 2015

สนามนี้จัด รักบี้โลก มา3 ครั้งแล้ว

ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา ทวิคเคนแนม สเตเดี้ยม ถูกใช้งานเป็นสถานที่แสดงคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกมากมาย อย่างในปี 2018 แร็พเปอร์ชื่อก้อง “เอมิเน็ม” จัดแสดงที่นี่ไป 2 รอบ เช่นเดียวกับ “โรลลิ่งสโตน” ส่วนในปี 2019 สุดยอดวงร็อกอย่าง “เมทัลลิกา” มีคิวแสดงในวันที่ 20 มิถุนายน 2019

 


3. โคร้ค พาร์ค (สมาคมแกลิก ฟุตบอล ไอร์แลนด์)

ความจุ : 82,300 ที่นั่ง
ที่ตั่ง : กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์
มูลค่าการก่อสร้าง : 260 ล้านยูโร (10,400 ล้านบาท เฉพาะค่าปรับปรุงสนามในปี 2004)

สมาคมแกลิก ฟุตบอล ไอร์แลนด์

สนามกีฬาแห่งนี้ไม่ได้มีไว้แข่งฟุตบอล มันมีไว้ใช้แข่ง “แกลิก ฟุตบอล” กีฬาประจำชาติของชาวไอริช เป็นกีฬาที่มีการผสมผสานจากหลายกีฬาไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล รักบี้ แฮนด์บอลและบาสเก็ตบอล เป็นต้นกำเนิดของกีฬาออสซี่รูลส์ (Australia Football)

สนามนี้ มีอายุ 134 ปี

ส่วนตัวสนาม โคร้ค พาร์ค มาอายุเก่าแก่ถึง 134 ปี (เปิดใช้ปี 1884) ส่วนการออกแบบที่เห็นในปัจจุบันเป็นโครงสร้างจากเหล็กเกือบทั้งหมด ส่วนอัฒจันทร์ทั้ง 4 ด้านอยู่ติดชิดขอบสนามทั้งหมด

เช่นเดียวกับสนามอื่นๆ โคร้ค พาร์ค มีไว้จัดแสดงคอนเสิร์ตระดับโลก โดยในปีนี้ศิลปินอย่าง “โรลลิ่งสโตนส์”, เทย์เลอร์ สวิฟต์ และ ไมเคิล บูเบล เดินทางมาโชว์ที่นี่ ส่วนปีหน้าเป็นคิวของตำนานบอยแบนด์ “เวสต์ไลฟ์”

 


2. เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สมาคมฟุตบอลอังกฤษ)

ความจุ : 90,000 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
มูลค่าการก่อสร้าง : 1,000 ล้านปอนด์ (ประมาน 50,000 ล้านบาท)

สนามนี้ ปรับปรุงใหม่ เสร็จในปี 2007

สนามเวมบลีย์ใหม่ สร้างขึ้นระหว่างปี 2003-2007 ถือเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในยุโรป และเป็นสนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ และเป็นสนามการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพ และ ลีก คัพ

ออกแบบโดย สถาปนิก บริษัท ฟอสเตอร์แอนด์พาร์ทเนอร์ และ ป็อปปูลูออส หรืออาจจะรู้จักกันในชื่อ ฮ็อก สปอร์ต กับ วิศวกร มอตต์ แม็คโดนัลด์ และสร้างโดย บรู๊กฟิลด์ มัลติเพล็กซ์ บริษัทจากออสเตรเลีย โดยสนามเวมบลีย์เป็นหนึ่งในสนามที่ใช้ทุนการก่อสร้างแพงที่สุดในโลก โดยการก่อสร้างนั้นใช้ทุนไปมากกว่า 798 ล้านปอนด์ และเป็นสนามที่มีหลังคาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เวมบลีย์ มักถูกใช้งานในการแข่งขันกีฬารายการสำคัญอย่างโอลิมปิก ฤดูกาล 2012 นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2011 ที่ บาร์เซโลนา ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 และอีกครั้งในปี 2013 ที่ บาเยิร์น มิวนิค ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-1

ปัจจุบันสโมสร ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้เช่าสนามเวมบลีย์ เป็นรังเหย้าชั่วคราวในระหว่างที่พวกเขากำลังก่อสร้างสนามใหม่อยู่ ส่วนในปี 2020 เวมบลีย์ ได้รับเลือกให้จัดการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ และ ชิงชนะเลิศ ยูโร 2020

 


1. คัมป์ นู (บาร์เซโลนา)

ความจุ : 99,354 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : บาร์เซโลนา ประเทศสเปน
มูลค่าการก่อสร้าง : 1,730,000 ยูโร (ตัวเลขเมื่อปี 1957)

สนามนี้ มีทีนั่งเต็มๆ เกือบ 1 แสน คน

นี่คือสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ฉายา “อ่างชามยักษ์” สร้างขึ้นระหว่างปี 1954-1957 ปัจจุบันมาอายุการใช้งาน 61 ปี แต่ถ้าเป็นในเกมแชมป์เปี้ยนลีก จะลดลงเหลือ96,636 คน ตามกฎมาตรการรักษาความปลอดภัยของยูฟ่า

มองจากภายนอก คัมป์ นู อาจไม่ได้ดูใหญ่โตโอฬารอย่างที่คิด เพราะชั้นล่างๆอยู่ลึกลงไปใต้ดิน ในปี ค.ศ.1980 มีการออกแบบสนามใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์พิจารณาของยูฟ่า สโมรได้คิดวิธีหาเงินมาสร้างสนามใหม่โดยการ จะทำการสลักชื่อบนหิน หากผู้ใดทำการบริจาคเงินให้กับสโมสร แนวคิดนี้ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก

คัมนูป์ คือ สนามฟุตบอล ใหญ่ที่สุดใน ยุโรป ณ เวลานี้

ต่อมาในการเตรียมงานสำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1992 ได้มีการเพิ่มที่นั่งอีก 2 แถวบริเวณเหนือแนวหลังคาเดิม ปัจจุบันสนามจุคนได้ถึง 99,354 คน

สนามคัมป์ จัดการแข่งขันฟุตบอลมาแล้วมากมาย ฟุตบอลโลก 1982 นัดชิงชนะเลิศ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1972 ที่ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ชนะ ดินาโม มอสโก 3-2 นัดชิงนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ที่ เอซี มิลาน ถล่ม สเตอัว บูคาเรสต์ 4-0 ในปี 1989 จัดนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1999 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ได้ 2-1 คว้าเทรเบิลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่

ในอนาคตอันใกล้นี้สนามคัมป์ นู มีแผนขยายความจุเพิ่มเป็น 105,000 ที่นั่ง คาดว่าอาจแล้วเสร็จในปี 2022 หรือ 2023

 


ข่าวอ่านจบแล้ว สำหรับ 20 สนามฟุตบอล ใหญ่ที่สุดใน ยุโรป คนบ้าบอล มันเยอะกันขนาดนี้

สำหรับเว็บเรา ยังมีบริการ อื่นๆอื่น เช่น หวยออนไลน์  หรือ ทางเข้า คาสิโน ออนไลน์ ไทย ติดตามเว็บของเราได้ตลอดๆ  อัพเดทข่าว มากมายที https://www.thaibetlink.com/news/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here