มาเปิด 20 สนามฟุตบอล ยุโรป ที่ใหญ่ที่สุด จุคนดูบอล ได้มากที่สุด (ตอน2)

0
98
views

มาเปิด 20 สนามฟุตบอล ยุโรป ที่ใหญ่ที่สุด จุคนดูบอล ได้มากที่สุด เป็นสนามไหนบ้าง บอกเลย แต่ละสนาม จุคนได้หลายหมื่นคน และ เราคุ้นเคยกับ สโมสร ทีมบอล ดังๆ ผ่านหน้าจอทีวี ซึ่งแต่ละสนาม น่าไปทั้งนั้น

เปิด สนามฟุตบอล โครตใหญ่ ในยุโรป

15. มิลเลนเนียม สเตเดี้ยม (สหภาพรักบี้เวลส์)

ความจุ : 74,500 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : กรุงคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์
มูลค่าการก่อสร้าง : 121 ล้านปอนด์ (6,050 ล้านบาท)

สนามใน กรุงคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์

หลายคนเข้าใจผิดๆว่าสนาม มิลเลเนียม สเตเดี้ยม คือสนามกีฬาแห่งชาติของประเทศเวลส์ ที่ทีมฟุตบอลทีมชาติเวลส์ใช้แข่งขัน แต่เปล่าเลยทัพ “มังกรแดง” ใช้สนาม คาร์ดิฟฟ์ สเตเดี้ยม ซึ่งจุได้ 33,000 ที่นั่งเป็นรังเหย้า

ส่วนสนาม มิลเลเนียม สเตดี้ยม คือสนามคือทีมรักบี้ทีมชาติเวลส์ ก่อสร้างขึ้นในปี 1997 แล้วเสร็จในปี 1999 จัดการแข่งขันกีฬามาแล้วมากมาย โดยเฉพาะรักบี้ชิงแชมป์โลก 1999, 2007 และ 2015

คือสนามคือทีมรักบี้ทีมชาติเวลส์

ในส่วนของการแข่งฟุตบอลนั้นเคยถูกใช้งานเป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศรายการเอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ของอังกฤษ ระหว่างปี 2001-2006 ในช่วงที่กำลังก่อสร้างสนามเวมบลีย์แห่งใหม่

และอีกรายการสำคัญคือฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนสฺ ลีก นัด ชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2016-2017 ที่เรอัล มาดริด ไล่ถล่มชนะ ยูเวนตุส 4-1


14. โอลิมเปีย สตาดิโอน (รัฐบาลกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี)

ความจุ : 74,475 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรนี
มูลค่าการก่อสร้าง : 297 ล้านยูโร (11,880 ล้านบาท นับเฉพาะค่าปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2016)

สนาม สโมสร แฮร์ธ่า เบอร์ลิน

1 ในสนามที่ใหญ่ และ เก่าแก่ที่สุดของประเทศเยอรมนี ก่อสร้างขึ้นในปี 1934 เปิดใช้งานในปี 1936 และถูกใช้งานทันทีในกีฬาโอลิมปิก ฤดูกาล 1936 จากนั้นสโมสร แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ขอเช่าเป็นสนามเหย้าตั้งแต่ปี 1963 เป็นต้นมา และได้เป็นสนามชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยของประเทศอย่าง เดเอฟเบ โพคาล

สนามโอลิมเปีย สตาดิโอน ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฟุตบอลโลก นัดชิงชนะเลิศ 1974, นัดชิงฯ 2006 และฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2011 รวมถึงนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2014-2015 ที่ บาร์เซโลนา ชนะ ยูเวนตุส

จุคนดูได้ 74,475 ที่นั่ง

ด้วยความที่เป็นสนามเก่าแก่ทำให้สนามแห่งนี้ผ่านการปรับปรุงใหญ่ 2 ครั้ง คือในปี 1974 และอีกครั้งระหว่างปี 2000-2004 และล่าสุดประเทศเยอรมนี เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลยูโร 2024 และสังเวียนโอลิมเปีย สตาดิโอน ได้เป็นสนามนัดชิงชนะเลิศ

 


13. โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ความจุ : 74,994 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
มูลค่าการก่อสร้าง : 90,000 ปอนด์ (4,500,000 ล้านบาท เฉพาะค่าก่อสร้างในปี 1909)

สนามของแมนยู

สนามเหย้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอายุเกินกว่า 100 ปีแล้ว เริ่มก่อสร้างในปี 1909 เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1910 และในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สนามโดนระเบิดจากฝั่งเยอรมนีไล่ถล่ม จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนต้องไปใชสนามเมน โร้ด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นการชั่วคราว

อายุเกินกว่า 100 ปีแล้ว

ปี 1992 ประเพณีการยืนเชียร์เกมการแข่งขันมาถึงจุดสิ้นสุดลง สนามถูกบูรณะใหม่และแทนที่ด้วยเก้าอี้นั่ง จนกระทั่งแต่ความจุสำหรับแฟนบอลกลับลดลงไป เหลือแค่ 43,000 ที่นั่ง ซึ่งไม่เพียงพอแน่ต่อความต้องการของแฟนบอลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานี้ อัฒจันทร์ฝั่ง นอร์ท สแตนด์ ก็ถูกปรับปรุงใหม่ในฤดูกาล 1995/96 ถึงตอนนั้นความจุของสนามเท่ากับ 56,387 ที่นั่ง

แต่มีแฟนบอลอีกจำนวนหนึ่ง ไม่พอใจเกี่ยวกับสแตนด์ใหม่นี้กับความสูงในระดับ 48 เมตร ซึ่งบร์ดบริหารก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีแผนขยายสนามเพิ่มอีก

ในปี 2006 สโมสรประสบความสำเร็จในการขยายความจุเพิ่มเป็น 69,070 ที่นั่ง เป็นสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีก ในเวลานั้น และ ทะยานสู่หลัก 75,000 ที่นั่งในปี 2007 และกลายเป็นจำนวนความจุในปัจจุบันของสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

รังเหย้าของ “ปีศาจแดง” เป็นสักขีพยานความสำเร็จของโลกลูกหนังมาแล้วมากมาย ไล่มาตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1966, ยูโร 1996 และนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2002-2003 ที่เอซี มิลาน ชนะ จุดโทษ ยูเวนตุส


12. อัลลิอันซ์ อารีนา (บาเยิร์น มิวนิค)

ความจุ : 75,000 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : นครมิวนิค ประเทศเยอรมนี
มูลค่าการก่อสร้าง : 340 ล้านยูโร (13,600 ล้านบาท)

สนามของ บาร์เยิร์น มิวนิค

1 ในสนามฟุตบอลที่สวยที่สุดในยุโรป ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี เป็นเจ้าภาพ และเพื่อใช้งานเป็นรังเหย้าแห่งใหม่ที่ทันสมัยของ บาเยิร์น มิวนิค แทนสนามเดิมอย่าง โอลิมปิก สเตเดี้ยม ที่เริ่มทรุดโทรมและเก่าแก่

ใช้เวลาก่อสร้างราว 3 ปี (2002-2006) จุดเด่นของสนามแห่งนี้คือไฟแอลอีดี ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีตามการใช้งานของทีมนั้นๆได้ เช่นหาก บาเยิร์น มิวนิค ลงแข่งขันไฟสนามจะถูกเปลี่ยนเป็นสีแดง หากทีมชาติเยอรมนี ลงเล่นสนามจะถูกฉาบไปด้วยไฟสีขาว หรือ ตามสีธงชาติ

แม้จะเป็นสนามที่สร้างขึ้นมาใหม่แต่บอร์ดบริหาร “เสือใต้” ก็สั่งการให้ปรับปรุงขยายความจุตลอดเวลา จากเดิมที่จุได้ราว 69,000 ที่นั่งเมื่อตอนเปิดใช้งาน ปัจจุบันสามารถจุผู้ชมได้ 75,000 ที่นั่งสำหรับเกมสโมสร และ 70,000 ที่นั่งสำหรับเกมทีมชาติ

จะได้เป็น เจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2020

ส่วนในอนาคตอันใกล้นี้สนามอัลลิอันซ์ อารีนา จะได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2020 ร่วมกับอีก 12 ชาติ รวมถึงฟุตบอลยูโร 2024

 


11. โอลิมปิก สเตเดี้ยม เอเธนส์ (คณะกรรมการโอลิมปิก สากล กรีซ)

ความจุ : 75,000 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ
มูลค่าการก่อสร้าง : 265 ล้านยูโร (ประมาน 10,600 ล้านบาท เฉพาะค่าปรับปรุงสนามในปี 2004)

สนามใหญ่สุดในประเทศ กรีซ

เริ่มก่อสร้างในปี 1979 เปิดใช้งานจริงในปี 1982 แต่กว่าจะมาเป็นที่รู้จักจริงๆก็เป็นการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูร้อน 2004 โดยค่าปรับปรุงกว่าครึ่งถูกลงทุนไปในการติดตั้งหลังคาที่แข็งแรงและมีน้ำหนักถึง 18,700 ตัน สามารถทนทานต่อลมพายุที่ความเร็ว 120 กม./ชม. และแผ่นดินไหวขนาด 8 ริกเตอร์

สนามเหย้าของสโมสร เออีเค เอเธนส์ และ พานาธิไนกอส

ปัจจุบันสนามโอลิมปิกสเตเดี้ยม เอเธนส์ เป็นสนามเหย้าของสโมสร เออีเค เอเธนส์ ซึ่งใช้งานมาตั้งแต่ปี 2003 ก่อนที่ล่าสุดสโมสร พานาธิไนกอส จะมาเช่าใช้เป็นรังเหย้าด้วย เช่นเดียวกับทีมชาติกรีซ ที่เริ่มใช้สนามแห่งนี้แข่งขันเกมทีมชาติตั้งแต่ต้นปี 2018

ในอดีตสนามแห่งนี้ เคยจัดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ 1983 ที่ ฮัมบูร์ก ชนะ ยูเวนตุส 1-0, นัดชิงคัพ วินเนอร์ส คัพ 1987 ที่ อาแจ็กซ์ ชนะ ไลป์ซิก 1-0, นัดชิงยูโรเปี้ยน คัพ 1994 ที่ เอซี มิลาน ถลุง บาร์เซโลนา 4-0 และครั้งสุดท้ายคือนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2007 ที่ เอซี มิลาน ล้างแค้นชนะ ลิเวอร์พูล 2-1

 


10. อตาเติร์ก โอลิมปิก สเตเดี้ยม (รัฐบาลตุรกี)

ความจุ : 76,092 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี
มูลค่าการก่อสร้าง : 190 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,270 ล้านบาท)

สนามในประเทศ ตุรกี

ใช้เวลาก่อสร้างราว 5 ปี (1997-2002) ผ่านการปรับปรุงสนามในปี 2005 นี่คือสนามกีฬาแห่งชาติของประเทศตุรกี และเป็นสนามเหย้าของทัพ “ไก่งวง” ด้วยเช่นกัน

จุดเด่นของสนามอตาเติร์ก คือประตูทางเข้าออกรวมแล้วเกือบ 300 ทาง ทำให้การอพยพผู้ชมกว่า 80,000 คน สามารถจัดการทำได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 8 นาที

คือประตูทางเข้าออกรวมแล้วเกือบ 300 ทาง

ครั้งหนึ่งสนามแห่งนี้เคยเป็นรังเหย้าของสโมสร ดาลาตาซาราย และ เบซิคตัส ภายหลังทั้ง 2 ทีมไปสร้างรังเหย้าเป็นของตัวเอง

เกมในความทรงจำของสนามอตาเติร์ก หนีไม่พ้นนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2005 ที่ ลิเวอร์พูล พลิกนรกจากตามหลัง เอซี มิลาน 0-3 กลับมาตีเสมอ 3-3 ก่อนชนะจุดโทษ คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ไปครอง


9. ซาน ซิโร่ (เทศบาลเมืองมิลาน)

ความจุ : 80,018 ที่นั่ง
ที่ตั้ง : มิลาน ประเทศอิตาลี
มูลค่าการก่อสร้าง : ไม่เปิดเผย

สนามแห่งเมือง มิลาน

สนามกีฬาอันยิ่งใหญ่ประจำเมืองมิลาน รังเหย้าของยอดทีม เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน เป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ของอิตาลี ใช้เวลาก่อสร้างแค่ 9 เดือนเท่านั้น (ธันวาคม 1925 เปิดใช้ 19 กันยายน 1926)

ผ่านหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังมาอย่างอยาวนาน สนามซาน ซิโร่ หรือ จูเซ็ปเป้ เมียซซ่า จัดฟุตบอลโลก 1934, ยูโร 1980 และ ฟุตบอลโลก 1990 เช่นเดียวกับการแข่งขันนัดชิงยูโรเปี้ยน คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ได้รับหน้าที่จัดถึง 4 ครั้ง

จุคนได้มากกว่า 80000 คน

จุดเด่นของสนามแห่งนี้อยู่ที่โครงสร้างสนามที่งดงาม เสารูปทรงเกลียวซึ่งถูกใช้งานเป็นบันไดสำหรับแฟนบอลคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสนามซาน ซิโร่

อนึ่งสนามซาน ซิโร่ มีชื่อเรียกชื่อว่า จูเซ็ปเป้ เมียซซ่า ซึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอลของ อินเตอร์ มิลาน และ เอซี มิลาน รวมถึงทีมชาติอิตาลี ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1934 และ 1938 โดยเขาเป็นชาวเมืองมิลาน
ฉบับหน้าเป็นตอนจบแล้ว เหลืออีก 8 สนาม ครับ


โปรดติดตาม ตอนที่ 3 อีก 8 สนามฟุตบอล ใหญ่สุด ในยุโรป ที่สุดของสนามบอลจะ เป็นสนามไหน โปรดติดตาม  * อ่านตอนที่ 1 20 สนามบอลใหญ่สุดใน ยุโรป

– เว็บสุดยอดบริการ สำหรับ นักแทงบอล รวมทางเข้า sbobet ให้แล้ว อัพเดท ล่าสุด หรือ จะติดตาม ผลบอลสด ล่าสุด เราก็มีบริการ

ติดตาเรา ได้ทุกทีทุกเวลา https://www.thaibetlink.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here