เก็บตกประเด็นร้อน นัดชิงยูโร 2020 อิตาลี VS อังกฤษ และสถิติต่างๆ

0
7
views
นัดชิงยูโร 2020

สิ้นสุดการรอคอยนานกว่า 53 ปี นัดชิงยูโร 2020 ทีมชาติอิตาลี ได้เอาชนะทีมชาติอังกฤษและไปนั่งอยู่บนบัลลังก์เจ้าแห่งยุโรปสมัยที่ 2 ได้สำเร็จในโอกาสเข้าชิงครั้งที่ 4 จากการเอาชนะจุดโทษ 3-2 หลังจากที่เสมอกัน 1-1 จนจบช่วงทดเวลาพิเศษ พวกเขาเพิ่งจะได้คว้าชัยเป็ฯครั้งที่ 2 หลังจากการได้แชมป์ครั้งแรกเมื่อปี 1968 และมีโอกาสเข้าชิงใน ยูโร2000 กับ 2012 ซึ่งทำได้เพียงการเป็น “พระรอง” ด้วยการเป็นได้เพียงรองแชมป์ทั้งสองครั้ง


ย้อนรอย นัดชิงยูโร 2020 กับเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้น

โรแบร์โต้ มันชินี

โรแบร์โต้ มันชินี สามารถแก้เกมได้อย่างยอดเยี่ยม

จากที่ทัพสิงโตคำรามได้ออกนำตั้งแค่ 2นาทีแรก เกมของอิตาลีดูเหมือนจะไม่เข้าที่เข้าทางตลอด 45นาที พวกเขาดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก้ทอังกฤษได้เลย การต่อบอลที่แม่นยำก็ดูเหมือนจะลดลง เห็นได้เพียงการใช้ทักษะของนักเตะเท่านั้น กุนซือมันชินีได้ตัดสินใจครั้งใหญ่เปลี่ยนตัวหลักอย่าง นิโก้ บาเรลลา กับ ชิโร อิมโมบิเร ออกในครึ่งหลังและปรับแผนมาใช้การเพลสซิงสูงตามที่เคยทำมา ซึ่งผลออกมาเป็นที่น่าพอใจพวกเขาตีเสมอได้ในนาทีที่ 67 และไล่กดดันอังกฤษยาวไปตลอดจนจบ 120 นาที

แกเรท เซาธ์เกต

แกเรท เซาธ์เกต เน้นที่ผลการแข่งมากเกินไป

ในช่วงครึ่งเวลาแรกทัพสิงโตคำรามทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยแผนหลัง 3คนและใช้วิงแบ็คเติมเกมสูงขึ้นมา จากการใช้เกมเร็วพวกเขาทำประตูออกนำได้ตั้งแต่นาทีที่สอง จากนั้นเน้นการครองบอลที่แม่นยำและเปลี่ยนกลับมาเน้นเกมรับให้แน่นขึ้น จากการเน้นที่เกมรับของ เซาธ์เกต อย่างเต็มรูปแบบทำให้เปอร์เซ็นการครองบอลต่างกันถึง 80-20 ซึ่งดูเหมือนไม่มีวี่แว่วจะทำเกมรุกต่อเหมือนกับรอให้อิตาลีมาทำประตูเท่านั้น สุดท้ายพวกเขาก็พลาดท่าเสียประตูโดนตีเสมอ 1-1 และไม่สามารถปรับเกมมาเป็นฝ่ายบุกได้เหมือนช่วงครึ่งแรก

จุดโทษ นัดชิงยูโร 2020

ถูกตั้งคำถามจากการเลือกใช้ขุมกำลัง

ฟุตบอลยูโร 2020 ครั้งนี้อิตาลี เป็นทีมที่ใช้งานนักเตะคุ่มค่าอย่างมากหมุนเวียนนักเตะลงสนามถึง 25คนตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงกล้าที่จะเปลี่ยนตัวหลักออกและส่งตัวสำรองลงมาแทนเพื่อแก้เกมอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นผลงานที่เวิร์คมากๆ จนดูเหมือนว่าทีมของ มันชินี มีตัวเลือกหลากหลายในการใช้งาน

มองกลับมาที่ฝั่งอังกฤษ แฟนบอลที่ติดตามคงเห็นตั้งแต่เกมแรกว่า เซาธ์เกต จะเปลี่ยนตัวผู้เล่นไม่กี่ตำแหน่งและใช้นักเตะหน้าเดิมๆ ทำให้นักเตะหลายคนไม่มีโอกาสลงสนามเลยแม้แต่วินาทีเดียว อย่างรายชื่อในม้านั่งสำรองก็มีนักเตะมากความสามารถมากมาย แต่กลับได้ลงเล่นหลังจาก 70 นาทีแทบทุกนัด โดยเฉพาะนัดนี้ที่เปลี่ยนแรชฟอร์ดกับซานมาลงช่วง 2-3 นาทีสุดท้าย

Football is coming to Rome

Football is coming to Rome

ก่อนเริ่มนัดชิงแฟนบอลอังกฤษต่างมั่นใจกันว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ประเทศของพวกเขาจะได้แชมป์รายการนี้มาครอง ได้เปรียบทั้งสนาม เสียงเชียร์และความพร้อมของทีม ขึ้นขั้นประกาศออกไปว่า Football coming to home ตั้งแต่เกมก่อนรอบ 4ทีมสุดท้ายเลยทีเดียว แต่กลายเป็นทัพอัซซูรี่ที่เหนือกว่าคว้าแชมป์เจ้ายุโรปไปได้สำเร็จ ทำให้คำประกาศนั้นกลายเป็น coming to Rome ไปเป็นที่เรียบร้อยและเป็นครั้งที่สองตั้งแต่ปี 1968 ที่ทีมจากแดนมักกะโรนีสามารถเคยได้แชมป์รายการนี้


เงินรางวัลที่ อิตาลี ได้รับจาก แชมป์ยูโร และสถิติอื่นๆ

ทีมชาติอิตาลี

เงินรางวัลของ ทีมชาติอิตาลี

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ UEFA ได้ประกาศเงินรางวัลของการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2020 ครั้งนี้ตั้งแต่ก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มขึ้นโดย 24 ทีมที่ผ่านเข้ามาจะได้รับ 9.25ล้านยูโรไปก่อนเลย ในรอบแบ่งกลุ่มที่ที่ชนะรับนัดละ 1ล้าสนยูโร หากเสมอจะแบ่งกันทีมละ 500,000ยูโร อิตาลีชนะรวดรับเต็มๆ 3ล้านยูโร

เงินรางวัลในรอบน็อตเอ้าท์จะเพิ่มขึ้นรอบ 16ทีมผู้ชนะจะได้รับ 2ล้านยูโร รอบ 8ทีมผู้ชนะจะได้รับ 3.25ล้านยูโร หากไปถึงรอบรองชนะเลิศผู้ชนะจะได้รับ 5ล้านยูโรและแชมปยูโรจะรับเงินรางวัล 10ล้านยูโร หากแพ้จะได้ 7ล้านยูโรเป็นรางวัลปลอดใจ นับจากรอบแบ่งกลุ่มจนถึงการคว้าแชมป์เงินรางวัลรวมที่ทัพอัซซูรี่ได้รับทั้งหมดคือ 41 ล้านยูโร (9.25+3+2+3.25+5+10)

ผู้เล่นยอดเยี่ยมยูโร 2020

ผู้เล่นและทีมที่ได้รับรางวัลต่างๆ ใน UEFA EURO 2020

  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมยูโร 2020 : จานลุยจิ ดอนนารุมมา /ทีมชาติอิตาลี
  • ดาวรุ่งยอดเยี่ยมยูโร 2020 : เปโดร กอนซาเลซ /ทีมชาติสเปน
  • ดาวซัลโวสูงสุดยูโร 2020 : คริสเตียนโน โรนัลโด้ /ทีมชาติโปรตุเกส
  • แอสซิสต์สูงสุดยูโร 2020 : สตีเวน ซูเบอร์ /ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์
  • ผู้รักษาประตูที่เซฟได้มากที่สุด : แยน ซอมเมอร์ /สวิตเซอร์แลนด์ – 21ครั้ง
  • นักเตะที่มีความเร็วมากที่สุด : สปินาซโซลา /อิตาลี และ เนโก้ /อังการี – 33.8 km/hr
  • นักเตะทำฟาวล์มากที่สุด : โธมัส เดลานีย์/ทีมชาติเดนมาร์ก – 15ครั้ง
  • ทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในยูโร 2020 : ทีมชาติอิตาลี – 13 ประตู
  • ทีมที่เก็บคลีนชีตมากที่สุด : ทีมชาติอังกฤษ – 5เกม
  • ทีมที่ครองปล่อยเฉลี่ยมากที่สุด : ทีมชาติสเปน – 66.8%
  • ทีมที่ผ่านบอลแม่นยำที่สุด :ทีมชาติสเปน – 89.3%

แน่นอนว่าการแข่งขันในครั้งนี้สถิติหรือจำนวนเงินไม่ได้เป็นเหตุผลหลักของทีมชาติอิตาลี แต่เน้นไปที่ชัยชนะเท่านั้นเพื่อกอบกู้ความสำเร็จที่ประเทศของพวกเขาเคยทำได้เมื่อปี 1968 และ นัดชิงยูโร 2020 ครั้งนี้ก็ทำได้สำเร็จจากการเอาชนะเจ้าบ้านทีมชาติอังกฤษที่สนามเวมบลีย์ และการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ครั้งที่ 17 เจ้าภาพคือทีมชาติเยอรมนี จะมีขึ้นระหว่างเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม 2567 สามารถติดตามอัพเดท ข่าวบอลออนไลน์ และสนุกกับการ แทงบอล SBO ได้ที่เว็บ THAIBETLINK ของเรา

คนเข้าชม 42 total views