ทำไงดี…เมื่อหงส์เหลือเซ็นเตอร์แค่ฟานไดค์คนเดียว!?

0
279
views

ผลฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 3 คู่สุดท้ายออกมาแล้ว และแฟนหงส์แดงคงจะทำใจกันตั้งแต่ก่อนแข่งแล้ว ว่าเยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ไม่เน้นถ้วยนี้ จากการให้สัมภาษณ์ก่อนแข่ง รวมถึงการจัดตัวผู้เล่นที่ส่งลงไปเล่นในโมลินิวซ์ กราวน์ จนกระทั่งสุดท้าย วูล์ฟแฮมตัน เป็นฝ่ายชนะลิเวอร์พูลไป 2-1

อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากเกมนี้มีข่าวร้ายมากไปกว่านั้น นั่นคือลิเวอร์พูลต้องเสีย เซนเตอร์ ไปอีกหนึ่งคน นั่นคือ เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังรองแชมป์โลกชาวโครแอต เพราะในเกมนี้ เดยัน ลอฟเรนเกิดบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อแฮมสตริงขาซ้ายเล่นต่อไม่ไหว ตั้งแต่ช่วงต้นเกม

ทำให้คล็อปป์ต้องตัดสินใจส่ง คี-ยานา โฮเวอร์ ดาวรุ่งวัย 16 ปี ชาวฮอลแลนด์ลงไปยืนเซนเตอร์แทน โดยจับคู่กับฟาบินโญ่ในเกมนี้ เพราะคล็อปป์สั่งพักเวอร์จิล ฟาน ไดค์ โดยไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง ขณะที่ โจเอล มาติป และ โจ โกเมซ อีก 2 กองหลังที่เล่นเซอร์เตอร์ได้ก็บาดเจ็บ

การที่ คี-ยานา โฮเวอร์ ลงสนามในเอฟเอ คัพ เกมนี้ แม้เขาจะเป็นนักเตะหงส์ที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นถ้วยนี้ ด้วยวัย 16 ปี 354 วัน แต่มันอาจจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะทีมต้องตกรอบเอฟเอ คัพ แถมยังต้องมาเสียเดยัน ลอฟเรนอีก

“ผมเพิ่งจะทราบว่า เขาเจ็บแฮมสตริง โดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อนเลย ก่อนลงสนาม ผมได้สอบถามลูกทีมทุกคนแล้ว ไมมีสัญญาณใดๆ แค่อยู่ดีๆก็โชคร้าย เพราะฉะนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่คุณต้องทำ ในการส่งโฮเวอร์ลงสนาม

 

“ผมไม่มั่นใจว่าคุณจะพูดกันว่ายังไง ถ้าผมจัดทีมออกสตาร์ทด้วยคู่เซนเตอร์ฟาบินโญ่กับคี-ยานา บางคนอาจจะบอกผมว่าผมไม่ให้ความเคารพการแข่งขันเลยก็ได้…ถ้าจัดทีมแบบนั้นแต่แรก

 

“เพราะฉะนั้นเราพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ แน่นอนในอีกมุมหนึ่งมันไม่เมคเซนส์ที่จะส่งเด็ก 16 ปี ลงสนามตั้งแต่เริ่มนะครับ

 

“คุณจะไม่ส่งเขาลงทันที คุณจะต้องรอจนกว่าเขาพร้อมเต็มที่ แต่เขาก็ทำได้ดีนะสำหรับเกมนี้ เขาลงสนามและทำได้ดี เขาทำได้ดี” เยอร์เก้น คล็อปป์พูดถึงอาการบาดเจ็บของเดยัน ลอฟเรน และ การส่งดาวรุ่งอย่าง คี-ยานา โฮเวอร์ ประเดิมสนามในศึกเอฟเอ คัพ

การขาดหายไปของลอฟเรนในเกมนี้ ยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัดว่าเขาจะต้องพักนานเท่าใด และที่สำคัญ ที่ลิเวอร์พูลจะไปเยือนไบรท์ตัน ในศึกพรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะจัดใครให้ยืนในตำแหน่งเซนเตอร์คู่กับเวอร์จิล ฟาน ไดค์ เพราะทุกคนล้วนมีอาการบาดเจ็บติดพันกับชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น

 

สำหรับ ชัยชนะนัดนี้ ทำให้วูล์ฟแฮมตัน ปลดล็อก ในการเปิดบ้านชนะลิเวอร์พูลได้เสียที หลังจาก 6 เกมก่อนหน้านี้ที่เจอหงส์ในโมลินิวซ์ กราวน์ พวกเขาไม่ชนะเลย เสมอ 3 แพ้ 3 โดยชัยชนะครั้งสุดท้ายที่สนามแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อสิงหาคมปี 1981

 

Fact files : ผลจับสลากเอฟเอ คัพ รอบ 4

 

อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนฯยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

แมนฯ ซิตี (พรีเมียร์ลีก) พบ เบิร์นลีย์ (พรีเมียร์ลีก)

คริสตัล พาเลซ (พรีเมียร์ลีก พบ สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก)

เชลซี (พรีเมียร์ลีก) พบ ลูตัน (ลีกวัน) หรือ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ (แชมเปี้ยนชิพ)

นิวคาสเซิล (พรีเมียร์ลีก) หรือ แบล็กเบิร์น (แชมเปี้ยนชิพ) พบ วัตฟอร์ด (พรีเมียร์ลีก)

มิดเดิลสโบรช์ (แชมเปี้ยนชิพ) พบ นิวพอร์ท (ลีกทู)

บาร์เน็ต (นอกลีก) พบ เบรนท์ฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ)

ปอร์ตสมัธ (ลีกวัน) พบ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส (แชมเปี้ยนชิพ)

สวอนซี (แชมเปี้ยนชิพ) พบ จิลลิงแฮม (ลีกวัน)

เอเอฟซี วิมเบิลดัน (ลีกทู) พบ เวสต์แฮม (พรีเมียร์ลีก)

ชรูว์สบิวรี (ลีกวัน) หรือ สโตค (แชมเปี้ยนชิพ) พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน (พรีเมียร์ลีก)

มิลล์วอลล์ (แชมเปี้ยนชิพ) พบ เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก)

ไบรจ์ตัน (พรีเมียร์ลีก) พบ เวสต์บรอมวิช (แชมเปี้ยนชิพ)

บริสตอล ซิตี (แชมเปี้ยนชิพ) พบ โบลตัน (แชมเปี้ยนชิพ)

แอคริงตัน (ลีก ทู) พบ ดาร์บี (แชมเปี้ยนชิพ) หรือ เซาแธมป์ตัน (พรีเมียร์ลีก)

ดอนคาสเตอร์ (ลีกวัน) พบ โอลด์แฮม (ลีกทู)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here