กองหน้า ตัวโหด 10 คู่ ดาวยิง พรีเมียร์ ตอน 2 อีก5 คู่ มีใครกันบ้าง

0
39
views

เราเปิดกองหน้า ตอนแรก 5 คู่ไปแล้ว บทความนี้ เหลืออีก 5 คู่ จอมถล่มประตู ที่หลายๆ คนเห็นงานมาแล้ว กองหน้า ตัวโหด 10 คู่ ดาวยิง พรีเมียร์ ตอน 2 อีก5 คู่ มีใครกันบ้าง อ่านกันให้จบ

คู่หู จอม ถล่มประตู อีก 5 คู่หัวหอกจาก พรีเมียร์ ลีก

5. แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ หลุยส์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล)
คู่นี้มีรหัสที่สื่ออังกฤษตั้งให้คือ “ SAS ” (สเตอร์ริดจ์ และ ซัวเรซ) เริ่มจับคู่กันในช่วงกลางซีซั่น 2012-2013 หลังจากที่ สเตอร์ริดจ์ ย้ายมาจาก เชลซี ขณะที่ ซัวเรซ อยู่มาก่อนแล้ว 1 ซีซั่น

จบฤดูกาลนั้น สเตอร์ริดจ์ ยิงไป 10 ประตู จาก 14 นัด ขณะที่ ซัวเรส กระซวกไป 23 ประตู จาก 33 นัด เริ่มเห็นเค้าลางแง่มุมดีๆบ้างแล้ว แต่ของจริงอยู่ที่ฤดูกาลถัดไป

ซีซั่น 2013-2014 คือปีที่ ลิเวอร์พูล เข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด คู่หูคู่นี้ยิงรวมไปทั้งสิ้น 52 ประตู แบ่งเป็น สเตอร์ริดจ์ 21 ลูก และ ซัวเรซ 31 ประตู

พอจบซีซั่นรางวัลส่วนตัวทั้งหมดวิ่งเข้าหา ซัวเรซ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก ทั้งการโหวตจากนักข่าว เพื่อนนักเตะ หรือ แฟนบอล ส่วนคู่หูอย่าง สเตอร์ริดจ์ กลายเป็นตัวความหวังของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก

น่าเสียดายที่ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันแค่ 1 ปีครี่ง พอถึงหน้าร้อน หัวหอกอุรุกวัยย้ายไปยิ่งใหญ่กับ  บาร์เซโลนา ขณะที่ สเตอร์ริดจ์ บาดเจ็บออดแอดๆจนถึงทุกวันนี้

กองหน้า ลิเวอร์พูล sas
ซีซั่น 2013-2014 คู่หูคู่นี้ยิงรวมไปทั้งสิ้น 52 ประตู

4. คริส ซัตตัน และ อลัน เชียเรอร์ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)
ต้นฉบับรหัส SAS (ซัตตัน และ เชียเรอร์) คือคู่กองหน้าชาวอังกฤษที่ไล่ถล่มประตูคู่แข่งจนพา “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์นฯ ก้าวถึงจุดสูงสุดคือแชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 1994-1995

หลังจากที่ ซัตตัน แจ้งเกิดอย่างสวยงามกับ นอริช ซิตี้ เขาก็ถูกดึงเข้าสู่ทีมด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ ในปี 1994 ซึ่งถือเป็นสถิติเกาะอังกฤษในเวลานั้น ส่วน เชียเรอร์ ย้ายมาก่อนแล้ว 2 ปีจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติเกาะอังกฤษในปี 1992

ไม่มีการส่งสัญญาณเตือนใดๆทั้งสิ้น ซัตตัน และ เชียเรอร์ ไล่ยิงทีมคู่แข่งกระจายถึง 49 ประตู โดยที่ “ฮอตชอต” เชียเรอร์ ล่อเป้า 34 ลูก แบ่งให้ ซัตตัน 15 ประตู

จบซีซั่นนั้น แบล็คเบิร์นฯ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองเป็นสมัยแรกและสมัยเดียว เชียเรอร์ คว้าดาวซัลโว รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากการโหวตของเพื่อนนักเตะ และนักเตะแห่งปีของพรีเมียร์ลีก

ซีซ่นถัดมา ซัตตัน บาดเจ็บหนัก ปล่อยให้ เชียเรอร์ สนุกกับการถล่มประตูคนเดียว ก่อนที่ เชียเรอร์ จะย้ายกลับบ้านเกิดไป นิวคาสเซิ่ล ในปี 1996 ส่วน ซัตตัน ย้ายไป เชลซี ในปี 1999
สรุปแล้วได้เล่นด้วยกันแค่ 2 ปีเอง

คู่กองหน้า จาก แบล็คเบิร์นฯ
สองดาวยิง พา แชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 1994-1995

3. เวย์น รูนี่ย์ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
คู่หูยุคใหม่ของ “ปีศาจแดง” ถือได้ว่าเป็นคู่ดาวรุ่งที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก กอบโกยความสำเร็จร่วมกันระหว่างปี 2004-2009 ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย ลีก คัพ 1 ครั้ง และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ครั้ง

มันเป็น 5 ปีที่แสนหฤหรรษ์ โรนัลโด้ ย้ายมาในปี 2003 ก่อนที่ 1 ปีถัดมา รูนี่ย์ จะย้ายตามมาจาก เอฟเวอร์ตัน แต่กว่าจะได้สำแดงฤทธิ์เดชร่วมกัน ก็ต้องรอให้หน้าเป้าอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย ย้ายออกไปในปี 2006

ฤดูกาล 2006-2009 “รูน-โด้” ยิงรวมกันในพรีเมียร์ลีก 104 ประตู เคมีของทั้งคู่ลงตัวกันมากๆ ทั้งความเร็ว ความเข้าขา ความเฉียบขาด เรียกได้ว่าผลัดกันยิงผลัดกันจ่าย แถมรางวัล “บัลลง ดอร์” ให้กับสตาร์โปรตุเกสในปี 2007-2008

หลังจากนั้น โรนัลโด้ ย้ายไป เรอัล มาดริด ค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ จนกลายมาเป็นยอดนักเตะแห่งยุคในปัจจุบัน และเพิ่งย้ายไป ยูเวนตุส เมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา

ขณะที่ รูนี่ย์ ก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ “ปีศาจแดง” ส่วนปัจจุบันย้ายไปเล่นให้ ดีซี ยูไนเต็ด ในเมเจอร์ลีก ซ้อคเกอร์ สหรัฐฯ

คู่โหด กองหน้า แมนยู
ฤดูกาล 2006-2009 “รูน-โด้” ยิงรวมกันในพรีเมียร์ลีก 104 ประตู

2. เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ เธียร์รี่ อองรี (อาร์เซนอล)
คู่ประสานมหาประลัยของแฟนบอล “ไอ้ปืนใหญ่” ภาพที่คุ้นตาแฟนบอลยุคนั้นคือ เบิร์กแคมป์ ทางตามช่อง อองรี วิ่งทะลุเข้าไปยิง สูตรง่ายๆ แต่ไม่ใครหยุดยั้งได้

เบิร์กแคมป์ ย้ายมาจาก อินเตอร์ มิลาน ในปี 1995 ค่าตัว 7.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสโมสรในตอนนั้น ทั้งคู่รอคอยกันนานถึง 4 ปี อองรี จึงย้ายจาก ยูเวนตุส ตามมาสบทบในปี 1999 ค่าตัว 12 ล้านปอนด์

ดาวยิงชาวดัตช์ เปลี่ยนบทบาทมาเป็นกองหน้าตัวต่ำคอยแจกจ่ายบอล ตลอด 7 ปี เบิร์กแคมป์ ยิงไป 36 ประตู อองรี ยิงกระจาย 174 ประตู ซึ่งทำให้กองหน้าชาวฝรั่งเศส สถาปนาเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ อาร์เซนอล

คู่หูดาวยิงช่วยกันพา อาร์เซนอล คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นการคว้าแชมป์แบบไร้พ่ายในปี 2003-2004 และ เอฟเอ คัพ 2 สมัย

เบิร์กแคมป์ แขวนสตั๊ดกับ อาร์เซนอล ในปี 2006 ปัจจุบันเขาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อดีตต้นสังกัดของเขา ขณะที่ อองรี ย้ายไป บาร์เซโลนา ในปี 2007 และเลิกเล่นที่สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเขาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติเบลเยียม

กองหน้า อาร์เซน่อล 2003-2004
คู่หูดาวยิงช่วยกันพา อาร์เซนอล คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย

1. ดไวค์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
“คู่หอกนิลกาฬ” คือฉายาที่สื่อไทยตั้งให้ ความสุดยอดของคู่หู ยอร์ค-โคล คือระดับตำนานของพรีเมียร์ลีก และเป็นคู่กองหน้าที่ดีที่ในประวัติศาสตร์สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โคล ย้ายมาจาก นิวคาสเซิ่ล ในเดือนมกราคม 1995 ค่าตัว 7 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดคือเกาะอังกฤษ จากนั้นอีก 3 ปีให้หลัง ยอร์ค ก็ย้ายตามมาจาก แอสตัน วิลล่า ค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงมากๆในสมัยนั้น

“โคล จ่าย ยอร์ค ยิง ยอร์ค จ่าย โคล ยิง” เป็นภาพที่ตามหลอกหลอนเหล่าคู่แข่ง พวกเขาคือฝันร้ายทั้งในพรีเมียร์ลีก และเวทียุโรป ความสำเร็จของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาจากผลงาน การผลิตสกอร์ของ 2 คนนี้
โดยเฉพาะซีซั่น 1998-1999 ที่ทีมคว้า ทริปเปิ้ล แชมป์ โคล กระหน่ำยิง 24 ประตู จากทุกรายการ ยอร์ค ก็ไม่น้อยหน้ากดอีก 29 ประตู

ฤดูกาลถัดมา ยอร์ค ยิงในพรีเมียร์ลีก 20 ลูก โคล ช่วยอีก 19 ประตู แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ “ปีศาจแดง” ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อน

แม้ว่าในซีซั่น 2000-2001 ทีมจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกสมัย แต่ความสำคัญในการผลิตประตูไปอยู่ที่ เท็ดดี้ เชอริงแฮม กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แทนแล้ว

ด้วยฟอร์มที่ตกลงทำให้ทั้งคู่ย้ายออกไปในในซีซั่น 2001-2002 โดยที่ ยอร์ค โดนขายออกไปอยู่กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส จากนั้น 6 เดือนต่อมา โคล ก็ตามไปสมทบกับ ยอร์ค ที่สโมสรเดียว ปิดฉากตำนานคู่กองหน้าผิวสีไปโดยปริยาย

ศูนย์หน้า แมนยู ยุค 90s
โดยเฉพาะซีซั่น 1998-1999 สองคนนี้ยิงไป 53 ประตู

จบกันไปแล้ว กับ กองหน้า ตัวโหด จาก พรีเมียร์ลีก  หากต้องการ เสพ ข่าวสารบอลดีๆ อย่าลืม ถึงเว็บเรา มีบริการทุกอย่าง ทางเข้าเว็บ พนัน หรือ ผลบอลล่าสุด เราก็มี

กดติดตาม https://www.thaibetlink.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here